วิธีแก้ไขบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อพบว่ามีกลิ่นไหม้
หากใครที่ชื่นชอบในการสูบบุหรี่แบบไฟฟ้าเป็นประจำ ซึ่งมีจุดเด่นคือให้ความเพลิดเพลินในการสูบ ไม่เสี่ยงต่อการทำลายสุขภาพมากเท่ากับการสูบบุหรี่แบบธรรมดา นอกจากนี้แล้วยังสามารถเลือกกลิ่นและรสชาติได้ตามที่ต้องการอีกด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อสูบบ่อยครั้งก็มักจะพบปัญหาอย่างหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยนั่นก็คือ บุหรี่ไฟฟ้า มีกลิ่นไหม้ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำให้น่าหงุดหงิดใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว ทำให้นักสูบหลายคนแทบจะหมดอารมณ์ในการสูบ เราจะมาดู วิธีแก้ไขบุหรี่ไฟฟ้า กัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา บุหรี่ไฟฟ้า มีกลิ่นที่เหม็นไหม้
การที่บุหรี่ไฟฟ้ามีกลิ่นเหม็นไหม้ เป็นสิ่งที่ทำให้เหล่านักสูบควรจะหาสาเหตุว่ามันคืออะไรกันแน่ เพื่อที่จะได้หา วิธีแก้ไขบุหรี่ไฟฟ้า ได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้อรรถรสในการสูบของคุณกลับมาเพลิดเพลินเหมือนเดิม และเพื่อป้องกันไม่ให้บุหรี่แบบไฟฟ้าพังง่าย่อนวัยอันควรนั่นเอง
- การใช้น้ำยาผิดประเภท
- สูบติดต่อกันนานเกินไป
- การใช้กำลังไฟที่สูง
- ไม่ได้ทำความสะอาดหลังจากสูบเสร็จ
- ใช้งานคอยล์ผิดวิธี
เช็คการใช้น้ำยาว่าผิดประเภทหรือไม่
สำหรับมือใหม่หัดสูบทั้งหลาย เชื่อว่าคงจะเคยผ่านช่วงเวลาแห่งการลองผิดลองถูกมาแล้วหลายครั้ง กว่าจะสามารถสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ได้อย่างราบรื่นและเข้าถึงความสนุกได้ในที่สุด อีกหนึ่งปัญหาที่มักจะพบบ่อยเมื่อการสูบมีกลิ่นไหม้ นั่นก็คือการใช้น้ำยาผิดประเภท ยกตัวอย่างเช่น การเติมน้ำยาบุหรี่ค่า VG สูงลงไปในตัวพอตที่ไม่สามารถรองรับได้ หรือการใช้น้ำยาร่วมกับคอยล์ที่มีค่าโอห์มสูง สิ่งเหล่านี้ย่อมกระตุ้นให้เกิดกลิ่นไหม้และยังทำให้อายุการใช้งานของ บุหรี่แบบไฟฟ้า สั้นลงอีกด้วยนะ อย่างไรก็ตามมักจะมีคำแนะนำแจ้งไว้อยู่แล้วว่าน้ำยาแต่ละประเภทเหมาะกับการใช้ร่วมกับตัวพอตบุหรี่ประเภทใดบ้าง เพียงเท่านี้ปัญหาการใช้น้ำยาผิดประเภทก็จะหมดไป
สูบติดต่อกันนานเกินไป
หากคุณมีพฤติกรรมการสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ที่ใช้ระยะเวลานานเกินไป และสูบบ่อยมามากหลายครั้งในแต่ละวัน ต้องบอกเลยว่าพฤติกรรมเหล่านี้จะยิ่งเป็นการกระตุ้นทำให้การสูบบุหรี่แบบไฟฟ้ามีกลิ่นไหม้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น สาเหตุก็เนื่องจากการสูบถี่มากเกินไป เพราะสิ่งนี้จะเป็นการกระตุ้นทำให้สำลีที่อยู่ภายในตัวพอตของบุหรี่ไฟฟ้ามีความแห้งเร็วมากกว่าเดิม ตัวเครื่องร้อนง่ายเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการเสื่อมโทรมได้เร็ว เป็นการลดอายุการใช้งานให้สั้นลงไปอีกต่างหาก อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นทำให้เกิดการเผาไหม้ภายในตัวพอตได้ง่ายด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นแล้วสิ่งที่ตามมาคือ เกิดกลิ่นเหม็นไหม้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นเอง
การใช้กำลังไฟที่สูง
บางคนอาจจะต้องการให้การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า รู้สึกถึงใจมากกว่าเดิม จึงมักจะปรับระดับกำลังไฟในการสูบให้สูงเกินขีดที่จำกัดไว้จนทำให้คอยล์ไม่สามารถรับไหวได้ ส่งผลให้น้ำยานิโคตินที่อยู่ภายในตัวบุหรี่มีการระเหยอย่างรวดเร็ว และกระตุ้นให้สำลีซับน้ำยาเกิดการไหม้ได้ง่าย เพราะฉะนั้นแล้วจึงทำให้เกิดกลิ่นไหม้ขึ้นอย่างแน่นอน และถ้าหากไม่ทันระวังแล้วละก็นอกจากจะพบกับปัญหากลิ่นไหม้ หากยังไม่ปรับพฤติกรรมการสูบแล้วละก็ อาจจะส่งผลทำให้ตัวพอตของบุหรี่แบบไฟฟ้าเสียหาย จนไม่สามารถใช้งานได้ในที่สุด
ไม่ได้ทำความสะอาดหลังจากสูบเสร็จ
บางครั้งการใช้งานบุหรี่แบบไฟฟ้าหลังจากสูบเสร็จ บางคนมักจะนำไปเก็บหรือวางไว้อย่างนั้น โดยไม่มีการจัดเก็บหรือทำความสะอาดแต่อย่างใด ซึ่งสิ่งนี้แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยด้วยอุณหภูมิโดยรวมรวมไปถึงฝุ่นและมลภาวะต่างๆที่อาจจะเข้าไปในตัวเครื่องที่ไม่สามารถมองเห็นได้ อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาในการใช้งานได้เลยทีเดียวนะ ซึ่งถือว่าไม่ควรมองข้ามเรื่องแบบนี้ไปเลยทีเดียว เนื่องจากมีผลทำให้ บุหรี่ไฟฟ้า มีกลิ่นไหม้ได้เช่นเดียวกัน โดยอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญคือ เนื่องจากยังคงมีน้ำยาค้างอยู่ภายในรวมไปถึงความร้อนของตัวพอตยังคงมีอยู่ โดยไม่ได้มีการแยกส่วนประกอบแต่ละชิ้นออกจากกัน ดังนั้นแล้วถ้าไม่อยากให้การสูบบุหรี่มีกลิ่นไหม้ที่รบกวนใจในการสูบ อีกทั้งเพื่อช่วยให้ยืดอายุการใช้งานได้อย่างยาวนานมากยิ่งขึ้น ก็ควรจะมีการทำความสะอาดหลังจากใช้งานเสร็จด้วยทุกครั้ง หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง
ใช้งานคอยล์ผิดวิธี
การใช้งานคอยล์ของบุหรี่ไฟฟ้าที่ผิดวิธีมักเกิดขึ้นกับผู้ใช้หน้าใหม่ อย่างไรก็ตามนี่ถือว่าเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูบบุหรี่แบบไฟฟ้า ซึ่งถ้าหากปล่อยให้ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งเกินไปก็จะทำให้เกิดกลิ่นไหม้ได้ในที่สุด ซึ่งคอยล์ถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างมากในการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ถ้าหากมีการใช้งานผิดวิธีย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้งานโดยรวมอย่างแน่นอน ทั้งนี้การเตรียมคอยล์ที่ถูกวิธีจะไม่ทำให้กลิ่นเหม็นไหม้ได้อย่างแน่นอน ส่วนใหญ่แล้วมักมีวิธีการที่เหมือนๆกันคือให้สารมีความอิ่มตัว แล้วค่อยใช้งานก็จะสามารถสูบได้ย่างปลอดภัยไร้กังวล

วิธีแก้ไขบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อเกิดปัญหามีกลิ่นเหม็นไหม้
เมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นแล้วแน่นอนว่าเหล่านักสูบก็ไม่อยากจะปล่อยให้ค้างคา ต้องหาวิธีจัดการอย่างเร่งด่วน ไม่อย่างนั้นแล้วจะทำให้อรรถรสในการสูบครั้งต่อๆไปหมดความรื่นรมย์ ดังนั้นแล้วเราจึงมี วิธีแก้ไขบุหรี่ไฟฟ้า ปัญหาเหล่านี้มาฝากกัน รับรองได้ว่ากลิ่นเหม็นไหม้ที่เกิดขึ้นจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะหมดไปอย่างแน่นอน
ตรวจสอบแรงดันในการจ่ายไฟของบุหรี่
สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกๆเลยนั่นก็คือ การตรวจสอบแรงดันจ่ายไฟที่มีอยู่ใน บุหรี่ไฟฟ้า ของคุณว่ามีกำลังมากเท่าไหร่ ซึ่งถ้าหากว่ามีแรงดันในการจ่ายไฟที่มากเกินไป ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เร่งการเผาไหม้จนทำให้เกิดกลิ่นไหม้ได้ในที่สุด ดังนั้นแล้วจึงควรหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอว่าแรงดันของบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งจะต้องไม่แรงมากและไม่อ่อนมากจนเกินไปนั่นเอง
ลองเปลี่ยนน้ำยาบุหรี่
หากยังรู้สึกว่าการสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ยังคงได้กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลิ่นเหม็นไหม้ ก็ลองแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ดู ซึ่งอาจจะได้ผลดีเลยทีเดียว นั่นก็คือ การเปลี่ยนน้ำยาบุหรี่ จะเป็นช่วงทดลองน้ำยาประเภทต่างๆด้วยการนำน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า กลิ่นอื่นๆมาลองสูบ ซึ่งจะถูกจริตและตรงกับความต้องการหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักสูบ เมื่อมีความรู้สึกชินและชอบน้ำยาประเภทนั้นๆแล้ว ก็ลองเปลี่ยนมาใช้น้ำยาประเภทนั้นก่อน ซึ่งจะต้องเข้ากันได้ดีกับตัวพอตของบุหรี่แบบไฟฟ้าด้วย นอกจากนี้แล้วยังมีอีกหนึ่งข้อดีที่เป็นผลพลอยได้คือ เป็นโอกาสดีที่จะได้เปลี่ยนน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเก่าที่คงค้างอยู่ในตัวพอตให้หมดไป
เปลี่ยนคอยล์
การเกิดกลิ่นเหม็นไหม้ของบุหรี่ไฟฟ้า มีวิธีแก้ไขคือการเตรียมคอยล์ให้เหมาะสมและถูกวิธี แต่ถ้าหากว่ายังไม่ได้ผลแล้วละก็ ต้องเปลี่ยนคอยล์ตัวใหม่ซะแล้วล่ะ เพราะคอยล์ตัวเดิมอาจจะมีการใช้งานมาอย่างยาวนานจนเสื่อมสภาพ และส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ความรู้สึกที่นักสูบจะสัมผัสได้นั่นก็คือควันที่น้อยลง กลิ่นของน้ำยาในบุหรี่แบบไฟฟ้าไม่ชัดเจนหรือมีความเจือจาง และนอกจากนี้แล้วอีกหนึ่งสิ่งที่สังเกตุได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกันเลย นั่นก็คือ กลิ่นไหม้ที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงอาการแสบคอตามมาด้วยเรียกได้ว่ามีผลกระทบหลายอย่างเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นแล้วควรจะเปลี่ยนคอยล์ในทันที เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นไหม้รวมไปถึงเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพภายในร่างกายอีกด้วย
ทำความสะอาดตัวพอต
เมื่อ บุหรี่ไฟฟ้า ถูกใช้งานบ่อยครั้งและไม่ได้รับการทำความสะอาด แน่นอนว่านอกจากความสกปรกแล้วสิ่งที่ตามมาก็คือเกิดกลิ่นไหม้ได้ง่ายอย่างมาก เพราะฉะนั้นแล้วจึงควรมีการทำความสะอาดตัวพอตบุหรี่แบบไฟฟ้า ด้วยวิธีง่ายนั้นก็คือ ให้ถอยหัวพอต คอยล์ ออกมาจากตัวเครื่อง จากนั้นล้างทำความสะอาดทีละส่วน ซึ่งจะต้องมีการทิ้งน้ำยานิโคตินที่อยู่ภายในออกให้หมดด้วย หลังจากนั้นให้ใช้น้ำอุ่นล้างเข้าไปในตัวพอตให้สะอาดอีกครั้งนึง สาเหตุที่ควรใช้น้ำอุ่นล้างเนื่องจากมีอุณหภูมิสูงที่สามารถกำจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างออกมาได้ง่ายมาก ยิ่งเขย่าเร็วๆแล้วเททิ้งจะยิ่งทำให้ตัวเครื่องสะอาดมากกว่าเดิม และสุดท้ายตามด้วยการใช้สำลีก้อนและไม้จิ้มฟันเช็ดภายในส่วนประกอบแต่ละชิ้นให้สะอาดอีกครั้ง แล้วเป่าจนแห้งก็สามารถนำมากลับมาใช้ซ้ำอีกครั้งได้อย่างมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น ไร้กังวลเรื่องกลิ่นไหม้
ใช้เวลาการสูบที่ไม่นานและบ่อยมากจนเกินไป
เพื่อเป็นป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นไหม้ในการสูบ บุหรี่ไฟฟ้า และเป็นการถนอมอายุการใช้งานของบุหรี่ประเภทให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น จึงควรที่จะใช้ระยะเวลาการสูบให้เหมาะสม โดยไม่ควรสูบนานและบ่อยมากจนเกินไป เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเมื่อบุหรี่ไฟฟ้าทำงานหนัก ก็จะทำให้กระตุ้นให้เกิดการเผาไหม้ได้ง่าย สิ่งที่ตามมานั่นก็คือกลิ่นไหม้ที่เกิดขึ้นในระหว่างสูบนั่นเอง จึงเป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนสำหรับผู้ที่เสพติดการสูบ ทั้งนี้อาจจะเริ่มจากการลดระดับน้ำยานิโคตินให้มีปริมาณที่น้อยลงในแต่ละครั้ง ก็ช่วยให้ลดการสูบให้น้อยลงไปได้
เตรียมหัวพอตอย่างถูกวิธี
หากใครที่สูบ บุหรี่ไฟฟ้า แบบเติมได้ หากเพิ่งเริ่มต้นสูบเป็นครั้งแรกๆ อาจจะทำให้เตรียมหัวพอตและเติมน้ำยาผิดวิธีไปบ้าง อย่างไรก็ตามวิธีการเหล่านี้สามารถเรียนรู้และทำให้ถูกต้องได้ง่ายๆ ซึ่งการันตีได้เลยว่าจะทำให้คุณสามารถสูบบุหรี่แบบไฟฟ้าได้อย่างเต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น มีความอิ่มเอม สามารถลากยาวได้แบบไม่ต้องกังวลและที่สำคัญเลยคือ ลดการเกิดกลิ่นไหม้ได้อย่างดี
- ให้เติมน้ำยาเข้าไปในตัวพอต
- ให้สำลีในตัวพอตมีความอิ่มตัว
- สูดหายใจเข้าไปในตัวพอตประมาณ 2-3 ครั้ง
วิธีการแก้ไขปัญหาที่ได้นำมาฝากกันนี้ เชื่อว่าหากนำไปใช้แล้วจะต้องมีประโยชน์อย่างแน่นอน เพราะแต่ละข้อสามารถแก้ปัญหาที่พบเจอส่วนใหญ่อย่างได้ผล จะทำให้คุณได้รับความรู้สึกของการสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ที่กลับมาเพลิดเพลินได้เหมือนเดิม หมดปัญหากลิ่นน้ำยาบุหรี่ที่ไม่ชัดเจน มีความเจือจาง แล้วแทนที่ด้วยกลิ่นที่สดใหม่ ตามแบบที่เลือกตามความชอบ ไม่มีกลิ่นเหม็นไหม้มาให้กวนใจ เรียกได้ว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่สามารถจัดการเองได้โดยไม่ต้องพึ่งมืออาชีพแต่อย่างใด โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้เสียเงินแต่อย่างใดเลย

